ReadyPlanet.com
dot dot
ปักกิ่ง กำแพงหมื่นลี้...อัศจรรย์แดนมังกร article

                  

       ปักกิ่งเป็นเมืองโบราณ มีประวัติมาเป็นเวลานานกว่า3,000 ปีเคยเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์หยวน สมัยที่กุบไล่ข่านของเผ่ามองโกลและเป็นเมืองหลวงติดๆกันมานานร่วม600 กว่าปี ในสมัยราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิงมีฮ่องเต้รวมทั้งราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง24 รัชกาล ถือว่าเป็นเมืองหลวง1 ใน6 ของประเทศจีน

   พระราชวังโบราณกู้กงหรือเมืองต้องห้ามตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุงปักกิ่ง เป็นพระราชวังของราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิงมีสถาปัตยกรรมที่สมบูรณ์แบบของประเทศจีนสร้างในสมัยราชวงศ์หย่งเล่อแห่งราชวงศ์หมิงปีค.ศ.1406 และเป็นสถานที่ที่ประทับของกษัตริย์หมิงและชิงตลอดเวลากว่า600 กว่าปีที่ผ่านมา พระตำหนักทั้งหมดดูเรียบง่ายแต่ก็โดดเด่น โดยจะตั้งอยู่บนฐานยกพื้นสูงที่ก่อขึ้นจากศิลา แต่ตัวตำหนักเป็นเครื่องไม้ทั้งหมด มีเสาไม้ขนาดใหญ่   ตำหนักขององค์จักรพรรดิ์จะมีหลังคาทั้งสี่ด้าน มุงกระเบื้องเคลือบสีเหลือง ซึ่งเป็นที่สงวนเอาไว้สำหรับวังหลวงและวัดหลวงเท่านั้น

                   

                         

พระร                   พระราชวังฤดูร้อนอี้เหอหยวน ห่างจากเมืองปักกิ่งไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ15 กิโลเมตรเป็นสวนที่มีชื่อเสียง1 ใน4 ของประเทศจีน  เดิมเป็นสวนฤดูร้อนและสวนดอกไม้  สมัยกุบไลข่านปีค.ศ. 1153 สมัยราชวงศ์หมิงมีการต่อเติมขึ้น และสมัยฮ่องเต้คังซีถึงฮ่องเต้เฉียนหลงของราชวงศ์ชิง ก็มีการขยายเพิ่มเติมใช้เป็นเวลานานถึง60 ปี แล้วเสร็จเมื่อปีค.ศ. 1750 ในสมัยสงครามฝิ่นครั้งที่2  ปีค.ศ.1860 ถูกพันธมิตรอังกฤษและฝรั่งเศสเผาเสียหายเป็นส่วนมาก เมื่อปีค.ศ.1888 พระนางฉื่อซีไท่โฮ้วมีบัญชาให้สร้างพระราชวังหลวงแห่งใหม่ขึ้นแทนของเก่าที่ถูกทำลายไป บนพื้นที่ซึ่งเคยเป็นตำหนักที่ประทับเดิมของจักรพรรดิเฉีัยงหลง โดยการนำเงินงบประมาณของกองทัพเรือ มาบูรณะซ่อมแซมจนเป็นลักษณะในปัจจุบัน มีพื้นที่ประมาณ1,813 ไร่ ภายในประกอบด้วยภูเขาและทะเลสาบคุนหมิง ซึ่งทะเลสาบแห่งนี้ขุดด้วยกำลังคนและนำดินไปถ่มเป็นภูเขา พร้อมทั้งตำหนักน้อยใหญ่ มีสวนดอกไม้กว่า300 แห่ง เป็นที่พักอาศัย สถานที่ประกอบพิธีราชการแผ่นดินและเดินเล่น ชมวิว มีเรือหินอ่อน ระเบียงยาวที่สุดในโลก เป็นต้น                 พระนางฉื่อซูไท่โฮ้ว (ซูสีไทเฮา) ผันตนเองขึ้นมาอยู่เหนือบัลลังก์มังกรได้ผลสำเร็จหลังจากที่พระเจ้าเสียนฟง(พระสวามี) สิ้นพระชนม์ลงได้ไม่นาน  ทรงปกครองเมืองจีนโดยปราศจากหลักธรรมนานถึง 50 กว่าปี โดยเริ่มจากการรั้งตำแหน่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระราชโอรส ทรงจัดหาสาวงามและสิ่งบันเทิงทั้งหลายมามอมเมาจักรพรรดิองค์ใหม่(ลูกชายตัวเอง)  ทำให้ไม่สนในราชกิจบ้านเมืองและท้ายที่สุดก็เสด็จสวรรคตลงด้วยอายุเพียง18 พรรษาและได้ตั้งแต่งพระนัดดา(หลานตัวเอง)องค์น้อยขึ้นเป็นจักรพรรดิแทน และใช้เหตุผลที่ว่า"ยังทรงพระเยาว์" ซึ่งเป็นข้ออ้างในการกุมอำนาจอยู่หลัง"ม่านไม้ไผ่" สืบต่อไป แม้เมื่อเกษียณตนเองก็มาพำนักอยู่ที่พระราชวังอี้เหอหยวนด้วย และพระนางก็ยังใช้อำนาจก้าวก่ายในราชกิจการบ้านเมืองเรื่อยมาจนสิ้นพระขนม์ลงเมื่อปีค.ศ. 1908
 
        
      รูปพระนางซูสีไทเฮา
 
                              
              
บริเวณในทะเลสาบคุนหมิง พระราชวังฤดูร้อนอี้เหอหยวน ณ กรุงปักกิ่ง (ช่วงฤดูหนาว)
                                
 
                              
                   "ดอกอี้หลาน" ถือว่าเป็นพระนามชื่อเล่นของพระนางซูสีไทเฮา       
      
หอฟ้าเทียนถาน                               หอฟ้าเทียนถาน  ตั้งอยู่ใจกลางเมืองปักกิ่งเยื้องทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ สร้างเมื่อปี ค.ศ. 1420 เป็นสถานที่ประกอบพิธีไหว้ฟ้า หรือบวงสรวงขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ของฮ่องเต้ ขอให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ของสมัยราชวงศ์หมิงและชิง มีกำแพงล้อมรอบ กำแพงด้านเหนือลักษณะกลม ด้านใต้ลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม หมายถึง ฟ้ากลม พื้นดินสี่เหลี่ยมตามความเข้าใจของคนโบราณ ในสมัยโบราณฮ่องเต้จะเสด็จออกจากวังหลวงปีละ 2 ครั้ง พร้อมขบวนขันที ข้าราชสำนักและขุนนางอีกกว่า 1,000 คน ตรงไปยังหอฟ้าเทียนถาน (วิหารบวงสรวงสวรรค์) พระองค์จะประทับทรงศีลและรักษาพรหมจรรย์อยู่ในพระตำหนักไจกง เป็นเวลาหนึ่งราตรีก่อนเสด็จเข้าทำพิธีบวงสรวงเซ่นไหว้ฟ้าดินในเช้าวันรุ่งขึ้น          

                                    

        กำแพงเมืองจีน หรือกำแพงหมื่นลี้(ว่านหลี่ฉางเฉิง) เปรียบเสมือนมังกรยักษ์ที่ทอดตัวจากทะเลห่วงไห่ ลัดเลี้ยวผ่านมณฑล สองเขตการปกครองตนเองไปสิ้นสุดที่ทะเลทรายโกบี ระหว่างทางจะมีการสร้างป้อมขึ้นตามยุทธศาสตร์สำคัญๆหลายแห่ง กำแพงเริ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในศตวรรษที่5 ก่อนคริสตกาลตามดำริของฉินสื่อหวงตี้ ทรงมีบัญชาให้สร้างตามกำแพงใหม่เชื่อมของที่มีอยู่แต่เดิมเข้าด้วยกัน และขยายส่สนต่อขึ้นไปทางเหนือเพื่อป้องกันการโจมตีจากเผ่าเร่ร่อน แต่กำแพงมหึมาที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้เป็นของที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง ทหารกับชาวบ้านที่ถูกบังคับเกณฑ์แรงงานมาต้องสูญเสียเวลากว่าครึ่งค่อนชีวิตให้กับการสร้างกำแพง ที่ต้องล้มตายไปในระหว่างนั้น ก็มีจำนวนมากมายจนสุดคณานับ 

                      กำแพงเมืองจีนเริ่มสร้างเมื่อปี2,500 ปีก่อนสมัยจ้านกว๋อที่แบ่งแยกดินแดน และต่างทำสงครามสู้รบเพื่อแย่งกันเป็นใหญ่ แต่ละก๊กสร้างกำแพงเพื่อรักษาความมั่นคงของตนเอง เมื่อก่อนคริสต์ศตวรรษ 221 ปีฉินซีฮ่องเต้ปราบ6 ก๊กได้สำเร็จและรวบรวมจีนให้เป็นอันหนึ่งอันเดียว เพื่อป้องกันชาวซงหนู ชนเผ่าร่อนเร่ ทำปศุสัตว์บุกรุกปล้นสะดม จึงรื้อกำแพงทางภาคใต้และเอาเชื่อมกันที่ภาคเหนือจนเป็นกำแพงยาว ด้านตะวันตกเริ่มที่หลินเถาในมณฑลกานซู่ ตะวันออกที่เหลียวตง(ติดกับเกาหลีเหนือ)ยาว1,200กว่าลี้เท่ากับ6,000 กว่ากิโลเมตร หลังจากนั้นเพื่อผลประโยชน์และความมั่นคง แต่ละยุคแต่ละสมัยความสำคัญของกำแพงเมืองมีการเปลี่ยนแปลงตามการปกครองจึงมีการบูรณะแก้ไข เสริมสร้างขึ้นใหม่ในสมัยฮั่น สมัยถัง และสมัยหมิงกำแพงได้เปลี่ยนตามความเหมาะสมกำแพงที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบันนี้ส่วนมากเป็นกำแพงของราชวงศ์หมิงด้านตะวันออกเริ่มจากในทะเลป๋อไห่ที่ซันไห่กวน ด่านสุดท้ายด้านตะวันตกจดเจี่ยอี่กวนมณฑลกานซู่ระยะทาง12,000 ลี้ (6,000 กว่ากิโลเมตร)  
ด่าน              ด่านประตูจียงกวน เป็นซุ้มประตูอีกด้านหนึ่งของป๋าต้าหลิ่ง ซึ่งหากจากป๋าต้าหลิ่งประมาณ8กิโลเมตรเป็นด่านปราการของเมืองปักกิ่งที่มีทหารรักษาการณ์เป็นกองพล คอยดูแลป้องกันซุ้มประตูกำแพงทางด้านเหนือและเป็นด่านสุดท้านที่รักษาและป้องกันความปลอดภัยของปักกิ่ง หากจียงกวนถูกยึดหมายความว่า ปักกิ่งก็จะต้องเสียเมืองไปในที่สุด ซุ้มประตูจียงกวนฐานบางส่วนสร้างในสมัยราชวงศ์ฉินและมาบูรณะสร้างใหม่ในสมัยราชวงศ์หมิง
 

                           

 

           ถนนหวังฟูจิ่ง  ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำหรับการช้อปปิ้งที่คึกคักมากที่สุดของเมืองปักกิ่ง รวมทั้งมีห้างสรรพสินค้าชื่อดังต่างๆ ร้านค้าและร้านอาหาร ศูนย์กลางความบันเทิงมากมายที่จะสีสันให้กับผู้ที่จะมาจับจ่ายบนถนนคนเดินแห่งนี้ เป็นถนนคนเดินที่เต็มไปด้วยของกินเล่นๆ คือถนนสายปิ้งๆย่างๆ และก็มีของแปลกๆ เช่น ปลาดาว ม้าน้ำ แมงป่อง ฯลฯ  

      

 

 

 
 
 

 




ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว Tourist Information

มาเลเซีย หนึ่งประสบการณ์เที่ยวเอเชียอย่างแท้จริง Malaysia Truly Asia article
มะละกา จุดกำเนิดแผ่นดิน มาเลเซีย...เมืองมะละกาแห่งนี้ article
สิงคโปร์ สัมผัสความทันสมัยที่ใคร ๆ ก็อยากมา...สิงคโปร์ article
จางเจี่ยเจี้ย ชมความงดงาม...อุทยานจางเจี่ยเจี้ย มรดกโลกของประเทศจีน article
คุนหมิง นครแห่งฤดูใบไม้ผลิ ของประเทศจีน article
ฉางซา ความทันสมัยรถไฟความเร็วสูง article
ซาปา เมืองแห่งความสงบ ขุนเขาแห่งความงาม ถิ่นที่ต้องไปเยือน article
ฮานอย... ถิ่นที่รอคอยการสัมผัสจากนักเดินทาง article
พม่า ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ พุทธสถานที่มีประวัติอันยาวนาน...ที่พม่า article
หลวงพระบาง สัมผัสกับหัวใจแผ่นดินล้านช้าง...ที่เมืองหลวงพระบาง article
ลาวใต้ สะบายดีปากเซ...ชมความยิ่งใหญ่ไนการาแห่งเอเชีย..น้ำตกคอนพะเพ็ง article
นครวัด นครธม อลังการปราสาทขอม article
น่าน เสน่ห์เมืองน่าน กับการย้อนรอยอดีตด้วยปัจจุบัน article
แม่ฮ่องสอน มหัศจรรย์ทุ่งดอกบัวตอง article
ดอยผ้าห่มปก อุทยานแห่งชาติฟ้าห่มปก



dot
dot
bulletมะละกา เก็นติ้ง
bulletมัณฑะเล มินกุน
bulletเขาสก เขื่อนเชี่ยวหลาน
Japan
dot
dot
bulletสมาคมท่องเที่ยว สทน.
bulletสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว
bulletสนง.พัฒนาการท่องเที่ยว
bulletสมาคมโรงแรมไทย
bulletการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
bulletการท่องเที่ยวมาเลเซีย
bulletการท่องเที่ยวสิงคโปร์
bulletอสท. เกาหลี


genting
Universal Singapore
resort world singapore
thaiairways
Vietnam  Airlines
google
Thairath News
kapook
Thai  Air Asia


Copyright © 2010 Bee Happy Travel
บริษัท บีแฮปปี้ทราเวล จำกัด 48/5-6 ชั้น 5 ซอยรุ่งเรือง ถนนรัชดาภิเษก แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310
เวลาทำการ 09.00 - 17.00 น. วันจันทร์ - เสาร์, โทร. :02-2774429 แฟกซ์ :02-2774492 มือถือ :081-9100921(ทุกวัน)
BEE HAPPY TRAVEL Co.,Ltd. 48/5-6 5fl. Soi Rungreang Ratchadapisek Road Samsennok Huykwang Bangkok Thailand
Office Hr. 09.00 am-17.00pm Monday-Saturday Tel: 02-2774429 , Fax: 02 - 2774492 Mobile : 081 -9100921
Email: th_beehappytravel@hotmail.com
Facebook: beehappy beehappytravel
Line ID: kanlayadao